เมื่อดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้าในคืนฤดูร้อน หนุ่มสาววัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังถกเถียงกันอย่างจริงจังว่า ‘ดอกไม้ไฟจากด้านข้างเป็นทรงกลมหรือแบน?’ คำถามที่ดูไร้สาระนี้กลับกลายเป็นประตูสู่โลกแห่งจินตนาการและความทรงจำที่ทั้งหวานและปวดร้าว ใน ระหว่างเรา และดอกไม้ไฟ (Fireworks, Should We See Them from the Side or the Bottom?) เราจะได้ร่วมเดินทางไปกับโนริมิจิและนาซึนะ ในค่ำคืนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองชายทะเลเล็กๆ ในวันสุดท้ายของฤดูร้อนก่อนเปิดเทอม โนริมิจิ หนุ่มน้อยขี้อายที่แอบชอบนาซึนะเพื่อนร่วมชั้นสาวสวยซึ่งมีปัญหาครอบครัว นาซึนะถูกแม่บังคับให้ย้ายโรงเรียนและแต่งงานกับผู้ชายที่แม่เลือก เธอจึงชวนโนริมิจิและยูสึเกะเพื่อนสนิทให้แข่งขันว่ายน้ำ โดยผู้ชนะจะได้เดทกับเธอในคืนงานดอกไม้ไฟ โนริมิจิชนะ แต่กลับลังเล ทำให้ยูสึเกะได้โอกาสไปเดทแทน อย่างไรก็ตาม นาซึนะตัดสินใจหนีออกจากบ้าน และชวนโนริมิจิไปด้วยกัน ทั้งสองหนีไปยังสถานที่ต่างๆ ในเมือง พร้อมกับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนจากเพื่อนเป็นคนรัก แต่โลกแห่งความจริงกำลังรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นอนิเมะ แต่การพากย์เสียงทำได้ดีเยี่ยม Suzu Hirose ให้เสียงนาซึนะได้อย่างมีเสน่ห์ ทั้งอ่อนหวานและแฝงความเจ็บปวด ขณะที่ Masaki Suda ถ่ายทอดความลังเลและความกล้าของโนริมิจิได้อย่างน่าประทับใจ ตัวละครเสริมอย่างยูสึเกะ (พากย์โดย Mamoru Miyano) ก็มีมิติที่น่าสนใจ แม้จะถูกวางให้เป็นคู่แข่ง แต่กลับมีความเห็นอกเห็นใจตัวเอก การออกแบบตัวละครโดย Charcoal Studio สะอาดตาและสื่ออารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของนาซึนะที่บ่งบอกถึงความสับสนภายใน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Nobuyuki Takeuchi ซึ่งเคยช่วยงานกับ Shaft (เช่น Monogatari series) นำสไตล์การเล่าเรื่องแบบสัญลักษณ์มาใช้ งานภาพสวยงามโดยเฉพาะฉากดอกไม้ไฟที่ใช้เทคนิคแสงสีสันสดใส ตัดกับฉากที่ดูซีดจางในโลกความจริง ดนตรีประกอบโดย Satoru Kosaki (จากอนิเมะดัง) มีธีมหลักที่ไพเราะและเข้ากับบรรยากาศ ถึงแม้เพลงประกอบโดย DAOKO จะเป็นที่จดจำ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าดนตรีดังกลบเสียงพูดไปบ้าง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ระหว่างเรา และดอกไม้ไฟ มีแนวคิดหลักคือ ‘การมองสิ่งต่างๆ จากมุมที่แตกต่าง’ ซึ่งสะท้อนผ่านคำถามเปิดเรื่อง ดอกไม้ไฟอาจเป็นทรงกลมหรือแบนก็ได้ขึ้นอยู่กับมุมมอง เช่นเดียวกับความรักและชีวิต หนังชวนให้เราตั้งคำถามว่า ‘ถ้าเราเลือกทางอื่นได้ ชีวิตจะเปลี่ยนไปไหม?’ แต่ท้ายที่สุด หนังก็บอกเราว่า ‘บางทีความทรงจำที่สวยงามที่สุดก็คือสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง’ จุดเด่นของเรื่องคือการผสมผสานโลกแห่งจินตนาการกับความจริงได้อย่างกลมกลืน อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องที่ค่อนข้างกระโดดไปมาอาจทำให้คนดูบางคนสับสน และปมปัญหาของตัวละครบางอย่างถูกทิ้งไว้ไม่ได้รับการแก้ไข
สรุป
สำหรับคนที่ชอบอนิเมะโรแมนติกดราม่าแนวคิดล้ำๆ เช่น 'Your Name.' หรือ 'The Garden of Words' หนังเรื่องนี้น่าจะถูกใจ แต่ถ้าคุณคาดหวังพล็อตที่สมเหตุสมผลและตอนจบที่ชัดเจน อาจจะผิดหวัง อย่างไรก็ตาม ภาพและดนตรีก็คุ้มค่าที่จะรับชม
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +งานภาพสวยงาม โดยเฉพาะฉากดอกไม้ไฟ
- +ดนตรีประกอบไพเราะ ตรึงใจ
- +แนวคิดเรื่องมุมมองที่แตกต่าง น่าสนใจ
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องกระโดดไปมา อาจดูงง
- −ตัวละครบางตัวไม่มีบทบาทชัดเจน
- −ตอนจบอาจทำให้ผิดหวังหากคาดหวังความสมหวัง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังเข้าฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2017 ส่วนในไทยเข้าฉายในปีเดียวกัน
เป็นหนังอนิเมะความยาว 90 นาที ไม่มีภาคต่อหรือซีรีส์
ขอไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าตอนจบเปิดให้ตีความ และสัมพันธ์กับแนวคิดเรื่อง 'what if'