‘ผมกับเกลอ และเธอผู้เปลี่ยนหัวใจ’ (Me and Earl and the Dying Girl) ไม่ใช่หนังโรแมนติกดราม่าเรื่องความตายที่คุณคิด มันคือเรื่องราวของเด็กมัธยมปลายที่พยายามใช้ชีวิตแบบล่องหน ถูกบังคับให้คบเพื่อนที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และผลลัพธ์ที่ได้คือบทเรียนชีวิตที่เจ็บปวดแต่สวยงาม หนังดัดแปลงจากนิยายชื่อดังของ Jesse Andrews และกำกับโดย Alfonso Gomez-Rejon นำเสนอผ่านมุมมองของเกร็ก (Thomas Mann) หนุ่มน้อยผู้คลั่งไคล้หนังคลาสสิกและสร้างหนังสั้นล้อเลียนกับเอิร์ล (RJ Cyler) เพื่อนซี้เพียงคนเดียวของเขา
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เกร็ก เกนส์ (Thomas Mann) เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่พยายามไม่เด่น ไม่มีปัญหากับใคร และมีแผนการเอาตัวรอดในสังคมโรงเรียนด้วยการเป็นเพื่อนกับทุกกลุ่มแต่ไม่สนิทกับใครจริงจัง เขามีเพื่อนแท้เพียงคนเดียวคือเอิร์ล (RJ Cyler) เพื่อนร่วมสร้างหนังสั้นแนวพาราไดเอาท์งานคลาสสิก ทว่าชีวิตที่ราบเรียบของเขาพลิกผันเมื่อแม่บังคับให้ไปเที่ยวกับเรเชล (Olivia Cooke) เพื่อนร่วมชั้นที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกร็กจำใจต้องใช้เวลากับเรเชล และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ค่อยๆ พัฒนาจากความอึดอัดเป็นมิตรภาพที่ซับซ้อน ขณะที่โรคของเรเชลทรุดหนักลง
งานการแสดงและตัวละคร
Olivia Cooke ในบทเรเชลคือหัวใจของหนัง เธอถ่ายทอดตัวละครที่ทั้งเฉลียวฉลาด ตลก และเปราะบางได้อย่างน่าทึ่ง โดยไม่ทำให้โรคกลายเป็นจุดขายน้ำตา Thomas Mann ก็ทำหน้าที่ได้ดีในการเป็นตัวแทนของวัยรุ่นที่หลงทางและไร้จุดหมาย ส่วน RJ Cyler ในบทเอิร์ลเป็นสายลมเย็นที่เติมสีสันและความเป็นจริงให้กับเรื่อง แม้บทของเขาจะไม่ได้รับการพัฒนามากนักก็ตาม นักแสดงสมทบอย่าง Connie Britton และ Nick Offerman ในบทพ่อแม่ของเกร็กก็เพิ่มมิติความอบอุ่นและตลกขบขันให้กับเรื่อง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Alfonso Gomez-Rejon นำเสนอเรื่องราวด้วยสไตล์ที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบหลากหลาย ทั้งภาพแอนิเมชัน ฟุตเทจจากหนังสั้นของตัวละคร และการตัดต่อที่กระชับ ได้แรงบันดาลใจจากปกิณกะของหนังคลาสสิก งานภาพของ Joe Anderson สวยงามและมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะการใช้แสงสีอบอุ่นในการถ่ายทอดความทรงจำที่ดี ส่วนดนตรีประกอบโดย Brian Eno และ Nico Muhly ช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ได้อย่างพอดี ไม่หวือหวาจนเกินไป
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการของเรามองว่า ‘ผมกับเกลอ และเธอผู้เปลี่ยนหัวใจ’ เป็นหนังที่กล้าพูดถึงความตายในแบบที่ไม่ซ้ำใคร แทนที่จะเป็นเรื่องราวน้ำเน่าที่มีฉากร่ำไห้ หนังเลือกใช้ความตลกและความไร้สาระของวัยรุ่นเป็นเกราะป้องกันความเจ็บปวด เกร็กและเอิร์ลสร้างหนังสั้นล้อเลียนผลงานคลาสสิก เป็นอุปลักษณ์ว่าพวกเขากำลังล้อเลียนชีวิตของตัวเองที่ดูไร้สาระและไร้ความหมาย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายของเพื่อน เกราะนั้นก็เริ่มแตกร้าว หนังสอนเราว่าบางครั้งการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องมีปาฏิหาริย์หรือคำพูดหวานซึ้ง แต่คือการอยู่ตรงนั้นแม้จะไม่รู้จะทำอะไรก็ตาม
สรุป
สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังที่ทั้งตลกและซึ้ง โดยไม่ปล่อยให้ความเศร้าครอบงำ ‘ผมกับเกลอ และเธอผู้เปลี่ยนหัวใจ’ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นหนังที่พูดถึงความตายผ่านสายตาของวัยรุ่นที่ยังไม่รู้จักใช้ชีวิต และในท้ายที่สุด มันสอนให้เราเห็นคุณค่าของการอยู่ตรงนั้นเพื่อคนที่เรารัก แม้เราจะไม่รู้วิธีที่ถูกต้องก็ตาม
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +บทภาพยนตร์ที่ชาญฉลาด ซุกซ่อนความเจ็บปวดไว้ในมุกตลก
- +การแสดงของ Olivia Cooke ที่โดดเด่นและน่าจดจำ
- +สไตล์การเล่าเรื่องไม่ซ้ำใคร แทรกหนังสั้นล้อเลียนได้อย่างสร้างสรรค์
- +เพลงประกอบและดนตรีช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี
- +ไม่ยัดเยียดความเศร้า แต่ปล่อยให้ผู้ชมซึมซับความรู้สึกด้วยตัวเอง
👎 จุดด้อย
- −ในช่วงกลางเรื่องอาจรู้สึกยืดเยื้อและขาดทิศทางบ้าง
- −ตัวละครเอิร์ลยังไม่ถูกพัฒนาเท่าที่ควร
- −มุกตลกบางมุกอาจไม่โดนใจทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นกับหนังคลาสสิก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังสั้นที่เกร็กและเอิร์ลสร้างล้อเลียนหนังคลาสสิกหลายเรื่อง เช่น 'A Clockwork Orange', 'The Seventh Seal', 'The 400 Blows', 'The Bicycle Thief' และ 'Apocalypse Now' เป็นต้น
โดยไม่สปอยล์ หนังจบแบบเปิดกว้างและซาบซึ้ง โดยเน้นที่การเติบโตของตัวละครและการยอมรับความจริงมากกว่าการรักษาหายหรือการตายของเรเชล
ใช่ หนังดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ Jesse Andrews ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2012 และได้รับรางวัลมากมาย
เพลงประกอบรวมถึง 'Here Comes the Sun' โดย Yo La Tengo, 'The Big Ship' โดย Brian Eno และเพลงประกอบต้นฉบับโดย Nico Muhly